เรื่องของผมเกิดขึ้นที่เมืองนาสิก ที่อยู่ไกลไปจากเมืองมุมไบ ทางตอนใต้ของอินเดีย บ้านเดิมของผมอยู่ที่นาสิก ผมเติบโตที่นั่น นับว่าผมโชคดี ที่มีพ่อแม่ที่รักผม คอยดูแลเอาใจใส่ผมมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก ผมเป็นลูกชายคนเดียว พ่อทำงานเป็นพนักงานบริษัทเงินเดือนไม่มากนักแต่ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้ แม่ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน แม่เป็นผู้หญิงสวยน่ารัก ทำหน้าที่แม่บ้านโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ผมจึงสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ แม่แต่งงานกับพ่อตอนที่แม่อายุ 15 ส่วนพ่ออายุ 29 พอแต่งงานได้ปีเดียวแม่ก็คลอดผมออกมา หลังจากนั้นแม่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีลูกคนที่สองอีก ทั้งที่ผมอยากจะมีน้องๆอีกสัก 2 คน ผมชื่อโยฮัน แม่ชื่อสาวิตรี ส่วนพ่อชื่อราจีฟพ่อมีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เพราะพ่อชอบกินเหล้ามาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ส่วนแม่เป็นคนที่พิถีพิถันในเรื่องอาหาร จึงมักจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน แม่จึงมีรูปร่างดี พอโตขึ้นผมก็เข้าโรงเรียนผมเป็นคนเรียนดี เล่นกีฬาก็เก่ง แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่กล้าบอกใคร คือผมมความรู้สึกหลงใหลชอบพอในตัวแม่ เพราะแม่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่อยู่ใกล้ชิดกับผตลอดเวลา ผมจึงมีความปรารถนาในตัวแม่ผมจบชั้นมัธยมได้เกรดสูงและมีความตั้งใจจะเป็นวิศวกเหตุการณ์ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งผมอายุ 20 เรียนวิศวกรรม ปี 3 พ่ออายุ 50 ส่วนแม่เพิ่ง 36 ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พ่อเป็นลมหกล้มในห้องน้ำเส้นเลือดในสมองซีกซ้ายแตก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล แล้วร่างกายซีกขวาก็ไม่ทำงานเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นอัมพาตครึ่งซีก ผมกับแม่ต้องช่วยกันรักษาฝึกหัดกายภาคบำบัดร่วมกับหมอที่โรงพยาบาล จนอาการดีขึ้นเคลื่อนไหวได้บ้าง ผมกับแม่จึงพาพ่อกลับมาฟักฟื้นที่บ้านผมจำวันที่พาพ่อกลับบ้านได้ ทันทีที่รถแท็กซี่จอดที่หน้าบ้าน ผมค่อยๆดึงร่างพ่อออกจากรถแท็กซี่ ช่วยประคองเดินพาเข้าบ้าน แล้วอุ้มพ่อนอนพักบนเตียง“นอนพักก่อนนะพ่อ….ผมจะช่วยนวดให้” ผมบอกพ่อ แต่พ่อไม่ยอมพูดอะไรเพราะยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ดูเหมือนว่าพ่อจะร้องไห้“ พ่อไม่ต้องเสียใจ อีกไม่นานอาการจะดีขึ้น” ผมปลอบพ่อด้วยความเชื่อมั่นแต่ในใจแอบเป็นกังวล เสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องโดยส่งสัญญาณให้แม่เดินตามออกมาที่ห้องนั่งเล่น“ แม่คงเห็นแล้วนะ…ว่าพ่อน่าสงสารแค่ไหน เราสองคนต้องพยายามหาทางช่วยพ่อให้เดินได้” ผมบอกแม่ทันที่ที่ออกมานอกห้อง“ จ่ะ…แม่เห็นแล้ว เราต้องช่วยกันทำกายภาพบำบัดตามที่หมอแนะนำ แม่เชื่อว่ามันจะผล” แม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าต่อมาผมกับแม่ช่วยกันรักษาพ่อด้วยการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง จนอาการของพ่อดีขึ้นตามลำดับ แขนขาซีกขวาเคลื่อนไหวได้บ้าง แต่การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ยังทำได้ลำบาก ตอนนี้พ่อถูกให้ออกจากงาน แต่ได้รับเงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง เดือนต่อมาเงินจำนวนนี้ก็ถูกใช้ไปกับการรักษาของพ่อ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ผมต้องช่วยแม่ทำงานบ้านทุกอย่าง ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้านการดำเนินชีวิตของครอบครัวเราเป็นไปตามปกติ เพียงแต่ผมต้องทำงานแทนพ่อจนแทบไม่มีเวลาว่าง ต้องตัดขาดกับเพื่อนไปโดยปริยาย จนวันหนึ่งแม่ถามขึ้น “ โยฮัน…ทำไมลูกไม่ออกไปเล่นกีฬากับเพื่อนๆบ้าง…”“ ผมเป็นห่วงแม่กับพ่อ…อยู่บ้านช่วยแม่ทำงานดีกว่า ” ผมบอกแม่“ ไม่เป็นไร…พ่อดีขึ้นมากแล้ว.. ไปเถอะแม่จะดูแลเอง สนามกีฬาก็ไม่ไกลจากบ้านเรา มีอะไรแม่ค่อยไปเรียก“ ไม่ล่ะ…ผมจะอยู่กับแม่” ผมยืนยันหนักแน่นจนแม่มองผม“ โอ….โยฮันลูกเป็นคนดีเสมอ ตอนนี้ภาระอันหนักกำลังอยู่บนบ่าของลูก”“ ครับ..ผมทราบแต่ผมยินดีที่จะทำ ผมจะตั้งใจดูแลแม่กับพ่อให้ดีที่สุด” แม่มองผมด้วยความภาคภูมิใจอีกสามเดือนต่อมาเงินที่มีอยู่ก็ร่อยหรอลง ค่าใช้จ่ายต่างๆประดังเข้ามาจนเงินไม่พอจ่าย ผมต้องออกทำงานนอกเวลาเรียน พอมีรายได้เพิ่มขึ้นจนพออยู่ได้ ตอนนี้ผมต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นไหนจะเรียนทำงานนอกเวลา ช่วยแม่ทำงานบ้าน อาการของพ่อดีขึ้นในระดับหนึ่ง พอใช้ไม่เท้ายันไปมาได้บ้าง บางวันผมกลับบ้านในสภาพที่อ่อนล้าจนหลับไป แต่ความใกล้ชิดกับแม่มีมากขึ้น บางทีแม่เข้ามาในห้องแล้วจุมพิตที่หน้าฝากบ้างที่แก้มบ้าง ซึ่งก็เป็นการแสดงความรักที่มีต่อลูก บางทีแม่ก็เข้ามาลูบผมปลุกผมลุกขึ้นในตอนเช้า ซึ่งมันทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงาน เป็นอยู่อย่างนี้ในที่สุดผมก็เรียนจบ เข้าทำงานเป็นวิศวกรใโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ได้เงินเดือนสูงขึ้น ตอนนี้ผมอายุ 22 แล้ว พ่ออายุ 52 แม่อายุ เพิ่ง 37 ผมเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว มีความกล้าเพิ่มขึ้น จึงอยากจะทำตามใจตังเองบ้าง บางครั้งตอนแม่เผลอผมมักจะแอบมอง แม่ยังคงสวยน่ารักเหมือนเดิม แต่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แววตามีเสน่ห์ ผมดำสลวย ริมฝีปากเอิบอิ่ม วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังนั่งดูข่าวในทีวีอยู่นั้น แม่เดินออกมาจากห้องครัวถือถ้วยกาแฟออกมาด้วย ยื่นกาแฟให้ผมด้วยหนึ่ง หลังจากผมรับกาแฟมาดื่มแม่ก็นั่งลงข้างๆ จิบกาแฟไปด้วย ผมจึงถามแม่ว่า“ แม่…ผมขอถามอะไรแม่สักอย่างได้ไหม?”“ หลายอย่างก็ได้…ถามมาสิ…” แม่ตอบโดยไม่ลังเล“ แต่ว่า…เป็นเรื่องส่วนตัวของแม่นะ…”“ ไม่เป็นไร….ถามสิ…” แม่ยังคงยืนยันคำเดิม“ ตอนนี้พ่อเป็นอย่างไรบ้าง” ผมป้อนคำถามแรก“ เอ…ไม่เห็นเป็นเรื่องส่วนตัวตรงไหนเลย…ลูกก็รู้ว่าพ่อดีขึ้นแล้ว..” หล่อนตอบอย่างไม่เห็นว่ามันเป็นคำตอบที่ยาก“ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น….” ผมเริ่มอธิบายที่เห็นว่าแม่ตอบไม่ตรงจุด“ อ้าว….แล้วมันอะไรล่ะ….” แม่ยังงงกับคำถามทำตาโตใส่ผม“ คือผมหมายถึง…เออ…เออ…หมายถึงเรื่องบนเตียง” ผมกลั้นใจโพล่งออกไป แม่นั่งนิ่งไม่ตอบ ตามองพื้นห้องถอนใจยาวด้วยความอึดอัด คงแปลกใจด้วยว่าถามทำไม?“ ไม่มีอะไรหรอกลูก……” แม่พยายามเลี่ยงที่จะไม่ตอบ“ หมายความว่าอย่างไรครับแม่..ผมไม่เข้าใจ”“ แม่ไม่รู้จะพูดกับลูกอย่างไรดี” แม่ยังไม่ตอบตรงๆ“ ไม่เป็นไร..ถ้าแม่ไม่อยากตอบก็ถือว่าผมไม่ได้ถามแล้วกัน”“ ไม่นะ…ลูกโตแล้ว มีสิทธิ์ที่จะรู้ แต่ว่าแม่ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี เรื่องนี้ความจริงเป็นเรื่องอัดอั้นในใจแม่มานานอยากปรึกษาใครสักคน แต่แม่ทำไม่ได้เพราะละอายใจอยู่” แม่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แตกพล่า“ งั้นแม่บอกสิ….เผื่อบางทีมันเป็นการปลดปล่อยความเคลียดในใจแม่ก็ได้” “ โยฮัน….พ่อของลูกไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีกต่อไป” แม่ตอบด้วยความขมขื่น“ โอ…ไม่…ไม่นะแม่” ผมพูดด้วยความตกใจ“ เป็นความจริงลูก….พ่อหมดสมรรถภาพทางเพศไปแล้ว” แม่ยืนยัน“ โอ…แม่จะทำอย่างไรดีล่ะ…ผมหมายถึง…เออ…เออ…เออ…” ผมพูดไม่ออก ที่จริงอยากจะถามว่าเวลาแม่มีความต้องการแม่จะทำอย่างไรดี มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่กล้าบอกว่าช่วยเหลือตัวเองแบบนั้น ผมรู้สึกสงสารแม่ขึ้นมาทันใด…..แม่อดทนเพื่อพ่อมาโดยตลอด ถึงตอนนี้ก็ยังอดทนอยู่ แม่ลุกขึ้นขอตัวเอาถ้วยกาแฟไปล้าง ว่าแล้วแม่ก็ถือด้วยกาแฟทั้งสองเข้าไปล้างในครัววันต่อมาเป็นวันเสาร์ผมไม่ต้องไปทำงาน เมื่อคืนที่ผ่านมาผมนอนไม่หลับ พอทราบปัญหาของแม่แล้ว ความรู้สึกรักและปรารถนาในตัวแม่ที่มีอยู่แต่เดิมมันมีมากเพิ่มขึ้น ความรู้สึกที่เข้าข้างตัวเอง ผมอยากให้แม่เป็นของผม แม้ว่าเราเป็นแม่ลูกกัน แต่เรื่องแบบนี้ผมเคยอ่านเจอในอินเตอร์เนต ในอินเดียมีแม่ลูกหลายคู่ที่อยู่กินเป็นผัวเมียกัน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำตามความใฝ่ฝันของตัวเองผมตื่นแต่เช้าเข้าไปในห้องพ่อเพื่อนวดให้พ่อตามปกติ แม่ตื่นก่อนแต่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว พ่อพูดกับผมหลายเรื่องสุดท้ายท่านถามขึ้น“ โยฮัน…ตอนนี้ลูกโตเป็นหนุ่มสมควรมีครอบครัวได้แล้ว ลูกลำบากเพราะพ่อมาหลายปีแล้ว พ่อกับแม่ปรึกษากันอยากให้ลูกมีครอบครัว ทำไมไม่หาผู้หญิงมาเป็นลูกสะใภ้ของพ่อสักคน”“ โอ…พ่อถ้าผมทำอย่างนั้นใครจะมาดูแลพ่อกับแม่ ผมไม่อาจเห็นแก่ตัวทิ้งพ่อกับแม่ไปมีครอบครัวใหม่” ผมบอกพ่อด้วยความสงสารที่พ่อต้องมาเป็นแบบนี้ “ ก็จริงอยู่..แต่ลูกต้องมีอนาคต..พ่อไม่อยากเห็นแก่ตัวเหนี่ยวรั้งลูกไว้อยู่อย่างนี้ มีอะไรที่พ่อจะทำเพื่อลูกได้บ้าง บอกพ่อ…ลูกเป็นคนดี ส่วนพ่อตอนนี้ไม่มีสมบัติอะไรเหลือไว้ให้ลูกอีกแล้ว” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในชะตากรรมของตัวเอง“ พ่อ…อย่าพูดอย่างนั้น ผมเป็นลูกย่อมมีหน้าที่ดูแลพ่อแม่เพื่อตอบแทนบุญคุณ”“ โยฮัน…พ่อมีเรื่องส่วนตัวจะบอกกับลูก….ลูกคงไม่รู้หรอกว่าพ่อไม่สามารถทำหน้าที่สามีของแม่ได้อีกแล้ว…พ่อรู้สึกสงสารแม่”“ เรื่องนี้ผมพอทราบ….พ่อครับผมอยากจะสารภาพผิดกับพ่อ” ผมตัดสินใจพูดกับพ่อแบบลูกผู้ชาย“ ลูกทำผิดอะไร…บอกมา พ่ออภัยให้เสมอ” “ คือว่า..เออ…เออ…ผมคิดไม่ดีกับแม่…คือว่าผมแอบหลงรักแม่..ไม่ใช่รักแบบแม่กับลูกแต่รักแบบผู้ชายรักผู้หญิง ผมรู้ว่ามันผิด..แต่ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ พ่อจะด่าว่าอะไรผมก็ได้ ผมรู้สึกผิดต่อพ่อ”“ โยฮัน…ถ้าเป็นเมื่อก่อนพ่อคงโกธรรับไม่ได้ แต่ตอนนี้พ่อปลงแล้วกลับดีใจที่ลูกกล้าพูดกับพ่อตรงๆ พ่ออยากจะบอกว่า..พ่อยินดีให้ลูกทำหน้าที่แทนพ่อ แม่ยังสาว ยังสวย อายุก็ไม่มาก ถ้าลูกต้องการแม่..พ่อจะช่วยให้ลูกสมหวัง เป็นการดีสำหรับครอบครัวเราถ้าลูกลงเอยกับแม่ได้..ก็จะทำให้ครอบครัวไม่ต้องแตกแยก พ่อก็ดีใจ ลูกไม่ต้องเป็นห่วงความรู้สึกของพ่อ” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนคนปลงตก“ โอ…ทำไมพ่อช่างประเสริฐอย่างนี้” ผมโผเข้าไปกอดพ่อด้วยความตื้นตัน พ่อใช้มือลูบหัว ก้มมองดูเหมือนผมเป็นเด็กๆ “ อย่ากังวลไปเลย…พ่อจะช่วยอีกแรงหนึ่ง “ผมออกจากห้องพ่อด้วยความรูสึกที่โล่งอก ทีนี้ก็เหลือแต่แม่..ผมต้องหาวิธีจีบแม่มาเป็นของผมให้ได้ ผมตั้งอกตั้งใจทำงานจนเก็บเงินไว้ก้อนใหญ่ จึงตัดสินใจซื้อรถมือสองไว้ใช้งานเป็นเย็นวันศุกร์ที่ผมต้องรีบกลับบ้านหลังเลิกงาน ขับรถกลับเข้าบ้าน ผมถือถุงกระดาษถุงใหญ่เข้าไปในบ้าน แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว “ แม่ออกมานี่ก่อน….ผมซื้อของมาฝาก” ผมบอกแม่ด้วยเสียงดังเข้าไปในครัว เพื่อให้แม่ออกมาดูรถที่เพิ่งซื้อโดยไม่บอกแม่“ รอเดี๋ยว…ให้แม่ทำกับข้าวให้เสร็จก่อน” เสียงแม่ดังออกมาจากในครัว ผมไม่รอเดินเข้าไปในครัวเห็นแม่กำลังยืนอยู่หน้าเตาแก๊ส จึงเดินเข้าไปหาแม่ใช้มือขวาเอื้อมไปปิดเตาแก๊ส แล้วใช้สองแขนโอบรอบเอวแม่จากทางด้านหลังพาเดินออกมาจากในครัว แม่ตกใจเพราะผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ขัดขืนผมพาแม่ออกมานั่งเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น แม่ตาเขียวใส่ผม“ ทำไมทำแบบนี้กับแม่ พ่อไม่เคยทำแบบนี้กับแม่เลย ลูกโตแล้วนะ..ทำเหมือนเด็กๆ” แม่ดุเสียงดังกว่าปกติ ผมไม่สนใจ “ ดูนี่ซิ….ผมซื้ออะไรมา..นี่สาหรีฝืนใหม่ ตั้งใจซื้อให้แม่ใส่ไปดูหนังกับผมเย็นนี้..นั่นรถยนต์คันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา..” แม่รับสาหรีพร้อมกับมองไปที่รถอย่างไม่เต็มใจ“ ไม่เอา….ไม่เอานะ….ไม่อยากไปดูหนังอะไรทั้งนั้น..ซื้อรถทำไมไม่ปรึกษาแม่” แม่เอ็ดเสียงดัง คงโกธรที่ผมไม่ปรึกษาก่อนซื้อรถ“ โอเค…ไม่ไปก็ไม่ไป..” ผมรู้สึกโกธรแม่ ผลุนผลันก้าวเดินเข้าห้อง นั่งอยู่ในห้องได้ครู่หนึ่ง เกิดลังเลใจไม่รู้ว่าจะทำไงดี จึงตัดสินใจเดินไปที่ขับออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมาดูแม่ ขับรถไปเรื่อยๆจนที่สุดมาหยุดที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เข้าไปนั่งกินเหล้าแก้เครียด พอกินไปได้ครึ่งขวด ก็นั่งอยู่ไม่ได้หัวหมุนติ๊ว เพราะความที่ไม่เคยกินเหล้าอย่างนี้มาก่อน เคยกินน่ะ…เคยอยู่แต่ไม่มากแบบนี้ เมื่อรู้ตัวเองว่าเริ่มเมา เรียกเจ้าของร้านมาจ่ายเงิน แล้วประคองตัวขึ้นรถขับกลับบ้านพอถึงบ้านจอดรถก็ไม่สามรถลงจากรถได้ ตั้งใจจะนอนในรถ มารู้ตัวอีกทีได้ยินเสียงคนมาปลุก หันไปดูเป็นแม่นั่นเอง แม่พยายามประคองผมเข้าไปในบ้าน พอผมมาถึงแค่โซฟาในห้องนั่งเล่นก็ทิ้งตัวลงนอน รู้ตัวตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเสาร์ คอแห้งผากหิวน้ำพอลืมตาขึ้นเห็นแม่นั่งอยู่ข้างๆ นี่เป็นห้องนอนของแม่ แสดงว่าแม่ลากผมเข้ามานอนในห้องแม่ แม่มองผมแล้วร้องไห้“ ทำไมลูกทำอย่างนี้…กินเหล้าทำไม”“ เพราะแม่นั่นแหละ ที่ทำให้ผมเสียใจ กินเหล้าไปตั้งมากมายอย่างนี้”ผมตอบแบบคนพาล “ ถ้าแม่ไปดูหนังกับผมเมื่อวานนี้คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้” “ หยุดนะ..อย่ามาโทษแม่ โตแล้วอะไรผิดอะไรถูกย่อมรู้ดี กินทำไม” เสียงแม่สั่นเครือ“ แม่ครับ…ผมผิดเอง รู้แล้วว่าทำตัวเหลวไหล ” ผมก้มหน้ารับผิดต่อหน้าแม่“ รู้ไหมโยฮัน… ถ้าลูกเมาแล้วขับรถไปชนจะเกิดอะไรขึ้น แม่ไม่อยากสูญเสียลูกไป ลูกเป็นทุกอย่างของแม่ ใครจะมาดูแลพ่อกับแม่” แม่พูดสั่งสอนด้วยน้ำตาผมลุกขึ้นกอดแม่ เช่นเดียวกับแม่ที่โผเข้ามากอดซบกับอกผม ผมเอามือขวากอดเอวแม่รั้งเข้ามาหาจนแนบอก เรากอดกันด้วยความรู้สึกเสียใจ“ ผมจะไม่อย่างนี้ทำอีก ”“ แม่รู้ว่าลูกคงไม่ทำอย่างนี้อีก..”“ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง….ผมขอสัญญา”เรากอดกันแน่นเป็นเวลาเนิ่นนาน แม่จุมพิตที่หน้าผากผม ส่วนผมอยากจะจูบที่ริมฝีปากงามของแม่แต่ยังไม่กล้า ผมปล่อยแม่ เราถอยห่างจากกันด้วยความรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมตอนเที่ยงแม่เข้าครัวทำอาหารจานโปรดให้ทาน แน่ละผมเล่นเสียอิ่มแปร้ทานกลางวันเสร็จผมนอนดูทีวี หลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยินเสียงแม่เรียก“ โยฮัน…ตื่นได้แล้ว เย็นแล้วนะลูก” ผมลืมตาตื่น..แล้วต้องขยี้ตาอีกครั้ง เพราะไม่เชื่อสายตาตัวเอง กับภาพที่เห็นต่อหน้า แม่อยู่ในชุดสาหรีสีเหลืองอ่อนตัวงามที่ผมเพิ่งซื้อให้เมื่อวานนี้ ผมทำทรงใหม่ ใบหน้าเมคอัพเครื่องสำอางเล็กน้อย ผมดำขลับ ตาเป็นประกายกำลังมองมาที่ผม แม่ดูน่ารักเหมือนสาวๆ แม้ว่าแม่อายุ 38 แต่ดูเหมือนว่าอายุจะเป็นแค่ตัวเลข รูปร่างแม่ยังดี ดูไม่อ้วนหรือผอมเกินไป“ โอ..ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ แม่ดูสวยน่ารักจนผมแทบจำแม่ตัวเองไม่ได้..แล้วนี่แม่จะไปข้างนอกเหรอ….”“ ใช่จ่ะ…” แม่ตอบด้วยสดใส ผมลุกขึ้นนั่งแล้วถามต่อ“ จะไปไหนเหรอ…”“ ฟังนะ..โยฮัน..แม่ยอมรับ..ว่าแม่ก็ผิดด้วยเช่นกันที่ไม่ยอมไปดูหนังกับลูกเมื่อวานนี้ มันเป็นความปรารถนาดีของลูกทีอยากให้แม่มีความสุข..ลุกขึ้นแต่งตัว วันนี้แม่อยากไปดูหนัง” ผมแทบตัวลอยรีบลุกเดินไปอาบน้ำให้องน้ำ เสร็จแล้วแต่งตัวด้วยชุดที่คิดว่าหล่อที่สุด เดินออกจากห้องไปหาแม่“ เอ…ทำไมหล่อจังลูก..” แม่ร้องทักมาแต่ไกล“ จริงเหรอ…” ผมถามซ๊ำเพื่อความมั่นใจ“จริงสิ…ลูกดูหล่อกว่าพ่อสมัยที่พ่อเป็นหนุ่มเสียอีก” คำชมของแม่มันทำให้หัวใจพองโต“ จริงสิ…ไปกันได้หรือยัง?…”“ ครับ…” ผมเดินนำหน้าแม่ไปที่รถ เปิดประตูด้านหน้าให้แม่ขึ้นไปนั่งคู่กัน แล้วผมก็เดินอ้อมไปนั่งด้านคนขับแล้วขับรถออกจากบ้านทันที“ แม่ครับ…ผมจะพาแม่เลี้ยงข้าว แล้วไปช๊อปปิ่ง จากนั้นเราไปดูหนังกัน” ผมบบอกแม่ขณะนั่งมาในรถ“ จะดีหรือ?…แม่กลัวลูกจะหมดเงินเพราะแม่นะ..”“ อย่าห่วงเรื่องนั้น..โอเค” ผมยิ้มให้แม่อย่างมีความสุข ผมขับเข้าไปจอดให้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เดินควงแม่เข้าไปในห้าง แม่เลือกซื้อส่าหรีทีถูกใจอีกชุดหนึ่ง นอกนั้นซื้อของใช้ที่จำเป็น ผมเข็นรถตามแม่ไปตามชั้นวางของ บางครั้งแม่หันมายิ้มให้ ผมก็ส่งยิ้มให้ หลังจากซื้อของผมพาแม่ไปทานข้าวที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ผมส่งเมนูให้แม่สั่งอาหารที่แม่ชอบ แทนที่แม่จะสั่งอาหารที่ตัวเองชอบกลับสั่งอาหารที่ผมชอบเสียอีก ระหว่างการรับประทานอาหารผมก็คอยตักอาหารใส่จานบริการให้แม่ วันนี้ผมต้องคอยบริการให้แม่ประทับใจ ซึ่งก็ได้ผลหลายครั้งแม่เงยหน้ามองผมด้วยสายตาที่แสดงความขอบใจ เราทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย เสร็จจากการรับประทานอาหารจึงพาแม่ไปดูหนัง ผมเลือกหนังรักโรแมนติคส์ พอเข้าไปในโรงหนังปรากฏว่ามีคนดูไม่มากนัก เด็กเดินตั๋วพาเราไปหาที่นั่ง ปรากฏว่าเป็นที่นั่งที่อยู่ด้านหลังไม่ค่อยมีคนนั่ง พอหนังเริ่มฉายหนังผมชำเลียงมองไปทางแม่ เห็นกำลังตั้งอกตั้งใจดู จึงค่อยๆเอื้อมมือขวาเข้ากุมมือซ้ายของแม่เบาๆ ในแสงสลัวแม่หันมามองผมทันที ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แม่ปล่อยให้ผมกุมครู่หนึ่ง แล้วค่อยดึงมือออกห่างออกไป แต่ผมไม่ยอมยังคงตามเกาะกุมแม่อยู่อย่างนั้น จนแม่นิ่งยอมให้จับมือแต่โดยดี ผมปล่อยจากมือเลื่อนขึ้นไปโอบไหล่กลมมนแทนแล้วดึงร่างแม่ศีรษะเอนมาแนบอก แม่ไม่ขัดขืนเอนซบไหล่ผมอยู่อย่างนั้น มือซ้ายของผมเข้าไปกุมมือของแม่เอาไว้ ดูแม่มีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ๆผม เราสองอิงแอบกันจนหนังจบ ผมพาแม่ขึ้นรถ ระหว่างทางดูแม่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเลย ผมขับไปตามถนนจนมาหยุดอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

Comments are closed.