เด็กสมัยนี้ขาดความเข้าใจในบทเรียนและมักเชื่อในสิ่งที่ผู้อื่นเล่าโดยไม่ได้ใช้เหตุใช้ผล เค้าทำให้โก๊ะเด็กที่ซื่อบื้อที่สุดในแก๊ง (อี)ดอกไม้เหล็ก เข้ามาถามในเรื่องที่ตนไม่เข้าใจด้วยตัวเองได้ นี่ซิตัวอย่างระบบการศึกษาใหม่ของประเทศไทย สู้ต่อไปอย่ายอมแพ้ ครูทีเด็ดควยใหญ่ จิตพิสัยหื่น : เหลือเวลาอีก 1 เดือน 0 วัน 3 เดือนแล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายตามที่นายทีเด็ดได้สัญญาไว้ว่าจะเปลี่ยนห้องบ๊วยให้กลายเป็นห้อง KING และเค้าก็เชื่อมั่นว่าเค้าจะได้เป็นครูของที่โรงเรียนโคตรโง่วิทยาอย่างถาวรซะที นายทีเด็ดเดินผ่านระเบียงยาวเป้าหมาย ห้องผอ. ภายในห้องผอ. ผอ.หนุ่มใหญ่(มากซัก50กว่า) กำลังยืนเล็มบอนไซต้นโปรด บอนไซต้นนี้ไม่ธรรมดามันเป็นต้นตะโกดัดที่แสนล้ำค่ามีค่าควรเมืองผอ.ได้รับตกทอดมาจากทวดของทวดโดยเชื่อว่าเจ้าของเดิม คือ พระถัง ซำ จั๋ง ดังนั้นผอ.จึงรักและหวง บอนไซต้นนี้มากจนต้องขอให้กรมศิลป์จดทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ “ ขอเข้าไปนะครับ ..ผอ.ครับ เอ้ากำลังจะแต่งบอนไซหรือครับ .” นายทีเด็ดเปิดประตูเข้ามาในห้อง “ เออ เข้ามาซิคุณทีเด็ด ผมกำลังจะให้คนไปตามคุณอยู่พอดีเลยเชิญนั่งซิ .” ผอ.เดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมนำบอนไซมาด้วย “ คือวันนี้ก็ครบ 3 เดือนที่ตกลงไว้แล้วนะครับผมเปลี่ยนห้องบ๊วยได้แล้วครับ ดังนั้นผมจึงอยากมาทวงสัญญาครับ.” “ ก็เรื่องนี้เหละที่ผมจะพูดกับคุณ คืองี้ผมเห็นผลงานของคุณแล้วคุณทีเด็ด คุณทำได้ดีมาก.” ก่อนที่ผอ.จะพูดจบ “ ผอ.เลยตกลงใจระรับผมไว้เป็นครูประจำที่นี่ตั่งแต่นี้เป็นต้นไป ไชโย….ยะฮู้วววว….” นายทีเด็ดลิงโลดสุดๆ “ ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับคุณด้วยนะ ทางเราไม่มีนโยบายรับครูใหม่ให้เปลืองค่าจ้าง น้ำหน้าอย่างคุณน่ะกลับไปเป็นภารโรงเหมือนเดิมดีกว่านะ..” ผอ.พูดหน้าตาเฉย ส่วยตนเองก็เล็มบอนไซควรเมืองอย่าไม่ใยดี โอ้พระเจ้านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่ทำไมเป็นอย่างนี้..ไม่จริงๆๆ ทันใดนั้นเหนือความคาดหมายนายทีเด็กโดดเตะก้านคอ ผอ. ป้าบใหญ่ส่งร่างแก่ๆของผอ.ลงไปกองกับพื้นห้องทันที “ มึงไอ้แก่มึงหลอกกู แล้วมึงจะต้องเสียใจ ที่มึงทำกับกูทีเด็ด (ผ้าขนหนูเหลือง)..” เค้าวิ่งออกจากห้องแต่ในมือ “ ไอ้ทีเด็ด แก..แก ..ใครก็ได้ช่วยที..ไอ้ทีเด็ดมันเอาลูกรัก (บอนไซ) ของฉันไป..ช่วยแจ้งความที.” ผอ.ตะโกนลั่น “ ไอ้ชิบหายมึงทำกูเดี๋ยวมึงจะเสียใจกูจะเยี่ยวรดลูกมึง (บอนไซ) ให้แม่งเฉาตายซะเลยมึง.” ทีเด็ดนึกแค้นในใจ ทีเด็ดวิ่งอย่างไรจุดหมายในหัวคิดแต่เพียงล้างแค้นเท่านั้น เค้าวิ่งเข้าไปในโรงยิมโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวอีกทีเค้าก็ตะโกนโหวกเหวกไล่เตะไล่ต่อย ภารโรงที่กำลังทาสีโรงยิมอย่างบ้าคลั่ง “ ออกไป พวกมึงออกไปไกลๆกูเลยไอ้ภารโรง กูเกลียดภารโรง ..ไปไม่งั้นกูจะเยี่ยวรดไอ้บอนไซเหี้ยนี่ซะ.” เหล่าภารโรงรู้ดีว่าบอนไซนั้นล่ำค่าเพียงใด เพราะทุกครั้งที่ผอ.พูดหน้าเสาธง ผอ.จะเล่าเรื่องบอนไซนี้ทุกครั้ง “ คนที่อยู่ในนั้นฟัง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้วยอมมอบตัวแล้วปล่อยตัวประกันซะจะได้ไม่มีการเสียเลือดเนื่อ..” เสียงตำรวจผ่านโทรโข่งเป็นแกมขู่บังคับ ขณะที่โรงยิม ทั้งโรงโดนหน่วยสวาทล้อมทางเข้าออกไว้ทุกด้าน บนหอนาฬิกา มีพลแม่นปืนขึ้นประจำการพร้อมรอคำสั่ง นายทีเด็ดโดนล้อมกรอบในโรงยิมทำให้มันหงุดหงิดสุดขีด “ เฮ้ย พวกมึง จะฆ่ากูเลยเหรอวะแค่บอนไซเนี้ยนะ..เออดีมึงถ้ามึงเข้ามากูจะเยี่ยวใส่แม่งเลย..อย่าเข้ามานะโว้ย.” “ ไอ้ทีเด็ด มึงอย่าทำอะไรลูกกูนะโว้ย..ค่อยๆพูดกันก็ได้ ..มึงจะเอาไงว่ามาอย่าทำอะไรลูกกูนะ..” ผอ.มีข้อเสนอ “ ไม่เอาโว้ย ไอ้ผอ.หัวล้านพวกมึงออกไป..” มี่เด็ดคุ้มคลั่งจนหลุดปากพูดความลับของ ผอ.ที่ตนแอบเห็นมา “ ฮิๆ ไอ้ล้าน.อุ๊ย..ขอโทษครับ ผอ.นายทีเด็ดใจเย็นไว้ เอาเป็นว่าถ้านายต้องการอะไรก็บอกแล้วกันนะ.” ตำรวจตะโกน ขณะนี้นักเรียนทั้งโรงเรียนต่างก็มามุงดูหน้าโรงยิมอย่างสนุกสนาน บ้างก็ว่ามนุษย์ต่างดาวบุก บ้างก็ว่ามาฉายหนังขายยา บ้างก็ว่ามีโดเรมอนมาโชว์ในโรงยิม แต่เรื่องต่างๆก็ไม่อาจปิดบังแก๊ง (อี)ดอกไม้เหล็กได้ “ นี่พวกเราจะทำไงดีถึงจะช่วยต้นบอนไซ (อ้าว)จากครูทีเด็ดได้ละ.” โมหัวหน้าแก๊งพูดขึ้น “ นั่นดิดูท่าครูทีเด็ดจะเอาจริงซะด้วยนะ..” ป๊อกเสริมขึ้น “ ถ้าเป็นอย่างนั้น บอนไซต้องทนฉี่ของครูทีเด็ดไม่ได้แน่เลยขนาดพวกเราโดนแค่น้ำของแกเรายังแย่เลย.” ฮายพูดขึ้น “ นั่นซิ ฉันโดนครูทีเด็ดเอาน้ำรดหน้าด้วยมันร้อนๆ ถ้าฉี่ละก็ อี้ ไม่อยากคิด..” แจ๊ดเสริมอีก “ ไม่หรอกมั้งตอนฉันโดนก็พอทนนี้ ว่าแต่นี้พวกเราจะช่วยบอนไซใช่มั้ยเนี้ย..” โก๊ะ GET แล้ว “ ใช่จ๊ะ พวกเธอก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าครูทีเด็ดจะมีค่าซัดกี่กีบเชียวเมื่อเทียบกับ บอนไซสมัย ถัง..” เสียงนึงแทรกกลางเข้ามา “ ครูเชอรี่.” แก๊ง (อี)ดอกไม่เหล็กพูดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ทั้ง 6 ปรึกษากันอยู่ เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ ขณะนั่นเอง “ คนข้างนอกฟังนะ..กูหิวข้าว เอาข้าวมาให้กูแดกหน่อย..เอาข้าวมันไก่นะโว๊ย..ไม่หนังไม่เลือด..ไม่งั้นตัวประกันตาย.” “ ได้ เดี๋ยวเอามาให้ 2 ห่อเลย..แต่แกออกมาเอาเองนะจะได้ใส่น้ำจิ้มไง ..” ตำรวจเริ่มต่อรอง “ ไอ้ส้นตีนกูไม่ออกไปโว้ย ให้คนเอาเข้ามาให้กูในนี้…แต่ไม่เอาพวกมึงนะกูไม่อยากโดนยิงไส้แตก.” ทีเด็ดรู้แกว ที่กองบัญชาการชั่วคราว “ เอางี้เราจะให้คนของเราเอาข้าวไปให้มันกินพอมันกินข้าวปั๊บ ก็ให้พลแม่นปืนยิงมันซะเอาแค่บาดเจ็บก็พอแล้วให้คนที่เข้าไปส่งข้าวคว้าต้นบอนไซออกมาเลย ง่ายๆแค่นี้ OK. นะ..” หัวหน้าหน่วยสวาทกำชับแผน “ แต่จะให้ใครเข้าไปส่งข้าวละครับ ถ้าพวกเป็นพวกเรามันต้องไม่ยอมให้เข้าใกล้แน่ ..” ตำรวจนายนึงติงขึ้น “ ถ้าอย่างงั้นให้เป็น ธุระของดิฉันเองคะคุณตำรวจ เพราะนายทีเด็ดต้องไม่สงสัยแน่คะว่าคนที่สวยหรูดูดีอย่างดิฉันจะยอมทำงานต่ำๆอย่างนี้…” ครูเชอรี่พูดขึ้นในที่ประชุม “ ผมว่าก็ดีนะ แต่คุณครูไม่ต้องเป็นห่วงพลแม่นปืนของผมจะคุ้มกันให้..” หัวหน้าหน่วยเห็นด้วย เมื่อนัดแนะกันเรียบร้อย ครูเชอรี่พร้อมข้าวมันไก่ 2 ห่อ ไม่หนังไม่เลือดก็เข้าไปภายในโรงยิมปิดตายโดนมีพลแม่นปืนคุมเชิงที่หอนาฬิกา “ ครูทีเด็ดคะ นี่ดิฉันเองนะคะ ครูเชอรี่ไง ดิฉันเอาข้าวมันไก่มาให้แล้วนะคะ…” ครูเชอรี่พูดเสียงหวาน “ ครูเชอรี่ คุณเองเหรอ คุณเอาข้าวมาให้ผม..ฮืออๆๆ..ขอบคุณมากครับผม..หิววว..ฮือออ..” ทีเด็ดปล่อยโฮลั่น “ โอ๋ไม่เป็นไรนะคะ เอ้ามากินข้าวเร็ว โม๊ะๆๆ กินข้าวนะ….” ครูเชอรี่ยักคิ้วเป็นสัญญาณให้พลแม่นปืนเตรียมตัว “ ไม่เอา ดีดอก กูรู้นะว่ามึงมันก็พวกเดียวกับไอ้หัวล้านข้างนอกจะมาหลอกกูอีกมึงวางข้าวแล้วออกไปเลย..” เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่วางแผนพลแม่นปืนก็ได้แต่เล็งส่วนครูเชอรี่ก็ต้องแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเอง “ ครูทีเด็ดคะดิฉันว่า คุณส่งบอนไซมาให้ดิฉันเถอะ

Comments are closed.